ยาแผลเป็น ทางการแพทย์พยายามที่จะคิดค้นหาวิธีการที่จะแก้ไขและรักษาแผลเป็น

ยาแผลเป็น ทางการแพทย์พยายามที่จะคิดค้นหาวิธีการที่จะแก้ไขและรักษาแผลเป็น ให้กลับคืนสู่สภาพผิวปกติ แต่พบว่ายังไม่มีวิธีใดที่จะรักษาให้หายได้ 100% แต่ก็สามารถทำให้ดีขึ้นได้บ้าง ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะของแผลเป็นและวิธีการรักษา คุณสามารถขอคำปรึกษาได้จากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนังและควรปรึกษานับตั้งแต่ที่เห็นว่าเริ่มมีแผลเป็นเล็ก ๆ ขึ้นมา อย่าปล่อยให้มันใหญ่เสียก่อนนะคะ เพื่อแพทย์จะได้ให้คำแนะนำในการป้องกันไม่ให้เป็นมากขึ้น หรือทำการรักษาด้วยวิธีการต่าง ๆยาแผลเป็น.

%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99

ครีมทาแผลเป็น ซึ่งแพทย์อาจใช้หลาย ๆ วิธีร่วมกันดังนี้

1.ใช้ยาทาแก้แผลเป็น เช่น ยากลุ่มสเตียรอยด์ ยาที่เป็นซิลิโคนเจล ยาที่มีวิตามิน E หรือวิตามิน A เป็นส่วนประกอบ ซึ่งโดยทั่วไปอาจช่วยลดอาการคันหรือทำให้แผลเป็นสีจางลงหรือบางลงได้เล็กน้อย ซึ่งก็ต้องใช้เวลาพอสมควร

2. การใช้แผ่นซิลิโคนเจลปิดบริเวณแผลเป็น ซึ่งจะช่วยได้ในแผลเป็นที่เป็นใหม่ ๆ ช่วยลดการขยายตัวของแผล หากคุณคิดว่ารอยแผลที่เกิดกับคุณจะทำให้เป็นแผลเป็น รีบไปหาหมอเลยนะคะ

3.การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าใต้แผลเป็น เพื่อให้แผลเป็นยุบตัวลง โดยจะต้องฉีดหลายครั้ง ครั้งละประมาณ 0.5 – 1 cc ห่างกันประมาณเดือนละ 1 ครั้ง จนกว่าแผลจะแบนราบ ซึ่งใช้เวลาไม่เท่ากันกันในแต่ละแผลเป็น ถ้าแผลเป็นมีขนาดใหญ่ก็ต้องใช้เวลานะคะ เพื่อกำจัดริ้วรอยแผลเป็นต้องอดทนค่ะ

4. การผ่าตัดเอาแผลเป็นเก่าออก แล้วจึงเย็บแผลใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งอาจใช้ได้กับแผลเป็นบางชนิดเท่านั้น การผ่าตัดควรทำเมื่อแผลเป็นนั้นสมบูรณ์เต็มที่แล้วไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้น แต่ถ้าแผลเป็นมีบริเวณกว้างก็อาจต้องใช้วิธีการผ่าตัดย้ายผิวหนังส่วนใดส่วนหนึ่งของคุณมาปิดซึ่งการผ่าตัดแก้ไขจะต้องทำโดยศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อดูแลไม่ให้เกิดแผลเป็นซ้ำขึ้นมาอีก

5. กรณีที่มีแผลเป็นแบบรอยบุ๋ม แพทย์อาจพิจารณา ฉีดสารสังเคราะห์ เช่น คอลลาเจน สาร HA (Hyaluronic acid) อาติคอล เข้าไปในรอยบุ๋ม เพื่อให้ผิวหนังเต็มขึ้นแต่ก็ได้ผลประมาณ 6 – 8 เดือน แล้วต้องฉีดยาเติมใหม่ เนื่องจากสารสังเคราะห์ที่มีการยุบตัวลง แต่ไม่เป็นอันตรายค่ะ

6.กรณีของแผลเป็นที่มีลักษณะการเปลี่ยนแปลงของสีผิว เช่น สีเข้มหรืออ่อนกว่าสีผิวข้างเคียง แพทย์อาจต้องใช้ วิธีการสักสี เข้าไปในแผลเป็น เพื่อให้มีสีใกล้เคียงกับผิวหนังปกติได้ เช่น ถ้าคุณมีผิวสีแทนก็จะใช้สีแทนค่ะยาแผลเป็น

7. นอกจากนี้แล้ว ยังอาจมีวิธีอื่น ๆ ในการรักษาแผลเป็น เช่น การใช้เลเซอร์ การกรอผิวเพื่อปรับสภาพผิว ในกรณีที่มีแผลเป็นตื้น ๆ หรือจะใช้วิธีการฉายรังสีป้องกันไม่ให้แผลเป็นนูนมากขึ้นซึ่งไม่ว่าจะใช้วิธีใดในการรักษา ก็จะไม่ทำให้แผลเป็นนั้นหายไปได้ทั้งหมด แต่ก็จะดีขึ้นในระดับหนึ่ง จนไม่เป็นที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน ฉะนั้นต้องทำใจนะคะ และควรระมัดระวังตัวให้มากขึ้น อย่าให้มีแผลเกิดขึ้นกับคุณเป็นดีที่สุดค่ะ

เมื่อคุณได้รับการรักษารอยแผลเป็นแล้ว ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อให้ได้ผลทางการรักษาที่ดีโดยยาแผลเป็น

1. กรณีที่มีการผ่าตัดแก้ไขแผลเป็น แพทย์จะแนะนำให้นวดแผลร่วมด้วย เพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็นใหม่ นอกจากนี้ควรระมัดระวังไม้ให้แผลติดเชื้อ เนื่องจากจะทำให้เกิดแผลเป็นขึ้นมาใหม่ได้อีกต้องระวังเรื่องความสะอาดด้วยนะคะ เวลานวดแผลต้องล้างมือให้สะอาด

2.ในการรักษาแผลเป็นไม่ว่าวิธีใด ควรระมัดระวังไม่ให้เกิดการระคายเคืองกับแผล เช่น ไม่ควรเกาหรือขัดด้วยสารเคมี เนื่องจากอาจทำให้การรักษาไม่ได้ผลดีเท่าที่ควรจะเป็น หากคันจนทนไม่ไหวก็ควรใช้วิธีลูบเบา ๆ ที่แผลไม่ควรเกาแรง ๆ เพราะอาจจะทำให้แผลปูดได้นะคะยาแผลเป็น.

Be First to Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *