ยาแผลเป็น เมื่อเกิดรอยแผลแล้ว จึงต้องใส่ใจดูแลให้ถูกวิธีไม่ให้กลายเป็นแผลเป็น

ยาแผลเป็น เมื่อเกิดรอยแผลแล้ว จึงต้องใส่ใจดูแลให้ถูกวิธีไม่ให้กลายเป็นแผลเป็น หรือเพื่อให้แผลเป็นที่เกิดขึ้นแล้วจางลง เพื่อคืนความมั่นใจทั้งในการแต่งหน้าแต่งตัว และที่สำคัญให้ผิวของคุณคืนความเรียบเนียนสวยได้ดังเดิมยาแผลเป็น.
%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99

ยาแผลเป็น รู้จักแผลเป็นของคุณ แผลเป็น 5 ประเภท ตามลักษณะของแผล

1.แผลเป็นหลุม

2.แผลเป็นนูน

3.แผลเป็นคีลอยด์

4.แผลเป็นผ่าตัด

5.รอยดำและแผลเป็นจากสิว

แผลเป็น ดูแลถูกต้องไม่นานก็เลือนราง

มาทำความเข้าใจแผลเป็นให้ถ่องแท้ เพื่อคุณจะดูแลรอยแผลเป็นได้อย่างถูกต้องและมีผิวที่กลับเรียบเนียนได้อีกครั้ง แผลเป็นคือเนื้อเยื่อที่ร่างกายสร้างขึ้น เพื่อซ่อมแซมบาดแผล ซึ่งหากสร้างมากเกินไปจะเกิดเป็นรอยแผลนูน แต่หากมีการขยายเกินขอบเขตจะเรียกว่าเป็นแผลเป็นคลอยด์ หรือหากสร้างน้อยเกินไปผิวหนังก็จะเป็นหลุม เพราะเนื้อเยื่อใหม่มีน้อยเกินไป อาจกล่าวได้ว่าแผลเป็น คือการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ที่เรียงตัวไม่เป็นระเบียบ ทำให้เกิดรอยแผลเป็นประเภทต่างๆ ดังนั้น หากคุณอยากให้ผิวที่เป็นแผลกลับเรียบเนียน ก็ต้องเน้นดูแลเรื่องการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ให้มีการซ่อมแซมเป็นปกติ และการไหลเวียนใต้ผิวหนังให้ดีขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้ผิวกลับสุขภาพดีได้เหมือนเดิม เมื่อเกิดบาดแผลยาแผลเป็น

การรักษาแผลเป็น ด้วยวิธีที่เหมาะกับคุณ

ทุกวันนี้มีทางเลือกหลากหลายในการรักษาแผลเป็น ทั้งการผ่าตัด การฉีดยาประเภทคอร์ติโคสเตียรอยด์ การฉายรังสี การใช้เจลซิลิโคน การทายา หรือครีมบางชนิด หรือแม้กระทั้งละเลยให้แผลเป็นค่อยๆ ดีขึ้นเอง ซึ่งการผ่าตัดและการฉีดยานั้น ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ส่วนการปล่อยให้แผลเป็นหายเองนั้น อาจต้องใช้เวลามาก และแผลเป็นอาจดีขึ้นเพียงเล็กน้อย สำหรับวิธีที่สะดวก ง่าย ปลอดภัย และประหยัดที่สุดคือ การทาเจลที่มีส่วนประกอบของสารที่ได้รับการรับรองทางการแพทย์ ว่าสามารถดูแลแผลเป็นให้จางลงและผิวเรียบเนียนขึ้น เช่น MPS (Mucopolysaccharide polysulphate) และ Allium Cepa ซึ่งทำให้แผลเป็นที่แข็งนุ่มลงได้ และแลดูจางลงเรียบเนียนสม่ำเสมอ แต่ทั้งนี้ต้องหมั่นดูแลอย่างต่อเนื่อง เช่น ประมาณ 8 สัปดาห์สำหรรับแผลเป็นใหม่ แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพและประเภทของแผลเป็นนั้นด้วย

ชีวโมเลกุล 6 ชนิด สารสำคัญของการดูแลรอยแผลเป็นยาแผลเป็น

เพราะแผลเป็นเกิดจากหลายสาเหตุ มีขั้นตอนที่ซับซ้อน และมีหลากหลายอาการ จึงต้องการการดูแลที่ครอบคลุมรอบด้านจากตัวยาหลายชนิด

• MPS (มิวโคโพลีซัคคาไรด์ โพลีซัลเฟต) เร่งการสมานแผล กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อใหม่อย่างสมดุล กระตุ้นให้ร่างกายสร้างกรดไฮยาลูรอนิคที่ทำให้เซลล์อุ้มน้ำได้ดีขึ้น แผลเป็นที่แข็งจึงนุ่มลง พร้อมกระตุ้นการไหลเวียนใต้ผิวหนัง เพื่อให้อ็อกซิเจนและสารอาหารเข้าฟื้นฟูผิวได้เต็มที่

• Allantoin (อะลันโทอิน) เร่งการผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพบรรเทาอาการคัน เพิ่มความชุ่มชื่น

• Aloe Vera (อะโลเวร่า) ตัวสมานแผลชั้นดีสำหรับแผลไฟไหม้ หรือน้ำร้อนลวกโดยเฉพาะ

• Allium Cepa (อัลเลียม ซีปา) ลดการอักเสบรอยแดง รอยคล้ำ เร่งการสมานแผล และยับยั้งการก่อตัวของเนื้อเยื่อส่วนเกินนูน/คีลอยด์

• วิตามิน B3 ปรับสีผิวให้สม่ำเสมอด้วยการยับยั้งการสร้างเม็ดสี

• วิตามิน E ลดการอักเสบด้วยฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ

การใช้สารชีวโมเลกุลทั้ง 6 ชนิด ในสัดส่วนที่เหมาะสมจะช่วยให้ประสิทธิภาพในการดูแลแผลเป็นสูงขึ้น เมื่อคุณเข้าใจลักษณะของแผลเป็น และรู้จักสารประกอบที่จำเป็นในการลดเลือนรอยแผลเป็นแล้ว คุณสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลรอยแผลเป็นที่มีคุณภาพได้ด้วยตัวเอง

เพื่อการรักษาที่ได้ผลยิ่งขึ้น

1.แผลเป็นหลุม (Hypotrophic) เกิดจากเนื้อเยื่อผิวถูกทำลายลึกหลายชั้น และไม่สามารถสร้างเนื้อเยื่อทดแทนที่ชั้นผิวได้เต็มเหมือนเดิม

2.แผลนูนหนา (Hypertrophic) ความผิดปกติของการสร้างเนื้อเยื่อมากไปหรือน้อยกว่าปกติ แผลประเภทนี้จะเกิดในขอบเขตของรอยแผลเดิม ไม่นูนยื่นเหมือนแบบคีลอยด์ อาจมีอาการคันบ้างแต่น้อยกว่าคีลอยด์

3.คีลอยด์ (Keloid) การสร้างเนื้อเยื่อใหม่มีมากกว่าปกติและมีรอยแผลนูนหนาที่ลุกลามขยายขอบเขตจากแผลเดิมไปเรื่อยๆ เกิดจากเนื้อเยื่อผิวหนังงอกผิดปกติ ซึ่งเกิดได้กับแผลทุกขนาดและไม่สามารถหายเองได้ ต้องได้รับการรักษาโดยด่วนเพื่อป้องกันการลุกลาม

4.แผลเป็นจากการผ่าตัด (Surgery) นับเป็นรอยแผลที่หลีกเลี่ยงได้ยาก แต่หากดูแลอย่างถูกต้องตั้งแต่แผลผ่าตัดปิดสนิทก็มีโอกาสลดเลือนรอยแผลเป็นได้

5.แผลเป็นจากสิว (Acne Marks) เกิดจากสิวอักเสบ และตกสะเก็ด ซึ่งหากสะเก็ดแผลหลุดเร็วเกินไป จะทำให้มีโอกาศเป็นแผลมากขึ้น และทิ้งรอยแดงหรือรอยดำยาแผลเป็น.

Be First to Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *