รูมาตอยด์ รักษาหายไหม โรครูมาตอยด์เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาด

รูมาตอยด์ รักษาหายไหม โรครูมาตอยด์เป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ทำได้เพียงแค่ควบคุมอาการไม่ให้กำเริบรุนแรง ซึ่งหากเป็นแล้วก็ต้องใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะสามารถควบคุมอาการให้ทุเลาลงได้ ดังนั้นการรักษาอย่างต่อเนื่องจึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด หากรักษาไม่ต่อเนื่องก็อาจจะทำให้อาการไม่บรรเทาลง แถมยังอาจทำให้รุนแรงยิ่งกว่าเดิมได้ค่ะ รูมาตอยด์.

rheumathism

รูมาตอยด์ อาหารที่ควรหลีกเลี่ยงสำหรับโรครูมาตอยด์

การรับประทานอาหารก็ส่งผลต่อโรครูมาตอยด์ได้ เนื่องจากอาหารบางชนิดสามารถทำให้อาการโรครูมาตอยด์เลวร้ายลง ฉะนั้นผู้ป่วยโรครูมาตอยด์ควรหลีกเลี่ยงอาหารทั้ง 9 ชนิดนี้ดังต่อไปนี้

โรครูมาตอยด์

เนื้อแดง

เนื้อแดงโดยส่วนใหญ่แล้วจะมีระดับไขมันอิ่มตัวสูงซึ่งจะไปทำให้อาการอักเสบรุนแรงขึ้น รวมทั้งอาจทำให้ผู้ป่วยโรครูมาตอยด์เป็นโรคอ้วนได้ โดยเฉพาะไขมันโอเมก้า 6 ซึ่งมีการพบว่าไขมันชนิดนี้ยิ่งจะไปทำให้อาการอักเสบเลวร้ายลงหากรับประทานมากเกินไป ทั้งนี้บางการศึกษาได้แสดงให้เห็นว่า หากผู้ป่วยโรครูมาตอยด์เลี่ยงอาหารจำพวกเนื้อแดงแล้วจะช่วยให้อาการดีขึ้นได้ แต่ถึงอย่างนั้นเนื้อแดงก็ยังมีสารอาหารที่สำคัญต่อผู้ป่วย หากจะรับประทานเนื้อแดงจริง ๆ ก็ควรจะเลือกเนื้อแดงที่ไขมันน้อยจะดีที่สุดค่ะ

น้ำตาลและแป้งขัดขาว

น้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตเมื่อรับประทานเข้าไปแล้วก็จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น หลังจากนั้นก็จะทำให้เกิดการผกผันของระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ป่วยโรครูมาตอยด์ เพราะ จะทำให้ร่างกายสร้างสารเคมีไซโตไคน์ (Cytokines) อันเป็นสารเคมีที่ไปกระตุ้นการอักเสบ และทำให้อาการของโรครูมาตอยด์รุนแรงขึ้น ที่สำคัญ น้ำตาลและแป้งขัดขาวนั้นยังทำให้อ้วนขึ้น และทำให้ข้อต่อต่าง ๆ ในร่างกายตึงเครียดมากขึ้น ทางที่ดีเลี่ยงไว้ดีกว่าค่ะ

อาหารทอด

การศึกษาจากวิทยาลัยแพทย์ Mount Sinai ในปี 2009 แสดงให้เห็นว่าอาหารทอดทำให้เกิดภาวะน้ำตาลสะสม (Advanced Glycation End Products) ซึ่งจะทำให้เพิ่มการออกซิเดชั่นของเซลล์ภายในร่างกาย ส่งผลให้เกิดการอักเสบมากขึ้น นอกจากนี้อาหารทอดก็ยังทำให้อ้วนอีกด้วย

โปรตีนกลูเตน

โปรตีนชนิดนี้เป็นโปรตีนที่มาจากธัญพืชหลายชนิดเช่น ข้าวสาลี ข้าวไรย์ และข้าวบาร์เลย์ ซึ่งอาจทำให้เกิดการอักเสบในผู้ที่แพ้ได้ ยิ่งโดยเฉพาะผู้ป่วยโรครูมาตอยด์ หากมีอาการแพ้โปรตีนกลูเตนร่วมด้วย อาการที่เกิดขึ้นหลังจากรับประทานอาหารที่มีโปรตีนชนิดนี้อาจทำให้ยิ่งเลวร้ายลงได้

แอลกอฮอล์รูมาตอยด์

ผลกระทบที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ต่อผู้ป่วยโรครูมาตอยด์นั้นยังไม่ชัดเจนนัก เพราะมีการศึกษาในปี 2012 ซึ่งตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Rheumatic Disease Clinics of North America พบว่าการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่พอเหมาะก็สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรครูมาตอยด์และช่วยชะลอการเกิดอาการได้ด้วย แต่ก็มีการศึกษาในปีเดียวกันที่ให้ข้อมูลอีกด้านหนึ่งว่า ผู้หญิงที่ดื่มแอลกอฮอล์มากกว่า 3 แก้วต่อสัปดาห์นั้นมีความเสี่ยงมากกว่าครึ่งที่จะเป็นโรครูมาตอยด์ เพราะการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไปจะทำให้ระดับ C-reative protein (CRP) ในร่างกายเกิดผกผันอย่างรุนแรง ซึ่งเจ้า CRP เป็นสัญญาณที่ชัดเจนของการอักเสบ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่อันตรายต่อโรครูมาตอยด์ค่ะ

โรครูมาตอยด์

อาหารแปรรูป

อาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูปจนพร้อมทาน หรือกึ่งสำเร็จรูปทุกชนิดเป็นข้อต้องห้ามของผู้ป่วยโรครูมาตอยด์เลยค่ะ เพราะสารประกอบในอาหารเหล่านี้เต็มไปด้วยน้ำตาล แป้งขัดขาว และไขมันอิ่มตัว ซึ่งเป็นอาหารที่ผู้ป่วยโรครูมาตอยด์ควรหลีกเลี่ยง นอกจากนี้ก็ยังส่งผลเสียต่อร่างกายอีกเพียบ ฉะนั้นควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ผ่านการแปรรูปทุกชนิด และควรอ่านฉลากทุกครั้งเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เผลอรับประทานอาหารที่ส่งผลกระทบต่ออาการป่วยโรครูมาตอยด์ค่ะ

พืชตระกูลมะเขือ

แม้ว่าการรับประทานผักผลไม้จะเป็นสิ่งที่ดีต่อร่างกาย แต่ก็ควรจะหลีกเลี่ยงพืชในตระกูลมะเขือ อาทิ มะเขือเทศ มันฝรั่ง และมะเขือทุกชนิด เพราะบางคนเมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะทำให้เกิดอาการกำเริบได้ค่ะ

ไขมันโอเมก้า 3

ไขมันโอเมก้า 3 เป็นไขมันชนิดที่ดีต่อร่างกาย แต่สำหรับผู้ป่วยโรครูมาตอยด์ ไขมันชนิดนี้จะส่งผลเสียต่อร่างกาย เพราะกรดไขมันที่มากเกินไปส่งผลโดยตรงต่อการแข็งตัวของเลือดในผู้ป่วย ทำให้เป็นอันตรายต่อผู้ป่วย

นอกจากอาหารที่กล่าวไปแล้ว ก็ยังมีอาหารจำพวก ผลิตภัณฑ์จากนมวัว นมแพะ ข้าวโพด ไข่ และผลไม้ตระกูลส้ม รวมทั้งเนื่อสัตว์แทบจะทุกชนิดอีกด้วยที่ไม่ควรรับประทานอย่างยิ่งเพราะจะไปกระตุ้นให้โรครูมาตอยด์กำเริบได้ค่ะ

อาหารสำหรับผู้ป่วยโรครูมาตอยด์ กินอะไรแล้วดี?

ผู้ป่วยโรครูมาตอยด์นั้นมีข้อจำกัดในการรับประทานอาหารอยู่มาก เนื่องจากอาการป่วยค่อนข้างควบคุมได้ยาก แต่จริง ๆ แล้วผู้ป่วยโรครูมาตอยด์ก็ยังสามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ เพียงต้องเลี่ยงอาหารบางชนิดที่ข้างต้น และหันมารับประทานอาหารที่ไม่ทำให้เกิดอาการกำเริบ อาทิ ข้าวกล้อง ผลไม้ที่ผ่านความร้อน หรืออบแห้ง อย่างเช่น เชอรี แครนเบอรี ลูกแพร์ ลูกพรุน ผักใบเขียว เหลือง และส้มที่ผ่านความร้อนแล้ว ส่วนเครื่องดื่มก็ควรดื่มแค่น้ำเปล่าจะดีที่สุด ในเรื่องเครื่องปรุงก็ไม่ใช่ว่าจะต้องเลิกเสียทีเดียวยังสามารถใส่เกลือได้เล็กน้อย หากต้องการรสชาติหวานก็ควรหันมาใช้น้ำเชื่อมเมเปิลค่ะ

ป่วยด้วยโรครูมาตอยด์ ดูแลตัวเองอย่างไร รูมาตอยด์

เมื่อมีการวินิจฉัยพบว่าเป็นโรครูมาตอยด์แล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการไปพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ ทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้ข้อต่อต่าง ๆ ในร่างกายเกิดแรงดันจำนวนมาก ควรเลี่ยงอิริยาบทที่อาจทำให้ข้อถูกทำลายเร็วขึ้น และนอกเหนือจากการดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์แล้วก็ควรที่จะดูแลสุขภาพตัวเองดังนี้ค่ะ

รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

มีการศึกษาในต่างประเทศจำนวนไม่น้อยที่พบว่าผู้ป่วยโรครูมาตอยด์นั้นมักจะเป็นโรคขาดสารอาหาร เนื่องจากอาการอักเสบเรื้อรังส่งผลให้ร่างกายเผาหลาญเร็วขึ้น จึงทำให้ผู้ป่วยน้ำหนักลดลงมากกว่าปกติ นอกจากนี้อาการป่วยอาจจะส่งผลให้ทำอะไรไม่สะดวก ยิ่งถ้าหากต้องเป็นคนที่ทำอาหารรับประทานเองเป็นประจำก็อาจจะทำให้รับประทานแต่อาหารซ้ำ ๆ และขาดสารอาหารบางชนิดได้ อาทิ แคลเซียม วิตามินดี วิตามินอี หรือวิตามินบีต่าง ๆ ดังนั้นจึงควรรับประทานอาหารเสริมเพิ่มเติมด้วยในกรณีที่ไม่ได้รับสารอาหารดังกล่าวเพียงพอจากอาหารที่รับประทาน

เล่นโยคะ

การเล่นโยคะในท่าอาสนะเบื้องต้นสามารถช่วยให้ร่างกายของเราผ่อนคลาย แถมยังช่วยให้ข้อต่าง ๆ ในร่างกายไม่ทำงานหนักจนเกินไปอีกด้วย ทำให้กล้ามเนื้อในร่างกายยืดหยุ่นมากขึ้น และสามารถควบคุมระดับกรดยูริกในร่างกายได้อีกด้วย โดยท่าส่วนใหญ่ที่ผู้ป่วยโรครูมาต่อยควรทำก็ได้แก่ ท่าสุขอาสนะ ท่าวัว ท่าตรีโกน ท่าสุนัขคว่ำ หรือ งูเห่า ทั้งนี้ก็ควรที่จะปรึกษาแพทย์ก่อนจะดีกว่า เพราะในผู้ป่วยบางรายการฝึกโยคะบางท่าอาจจะไม่สะดวกเท่าที่ควร
ข้อควรระวังของโรครูมาตอยด์

เลือกยาให้ถูก

อาการของโรครูมาตอยด์สามารถรักษาได้เบื้องต้นด้วยการกินยาแอสไพริน แต่ก็ต้องเป็นยาแอสไพรินที่ไม่ผสมกับชนิดอื่น เพราะการกินยาแอสไพรินที่ผสมกับยาตัวอื่นนาน ๆ อาจจะทำให้ตัวยาที่ผสมมานั้นสะสมอยู่ในร่างกาย และส่งผลกระทบต่ออวัยวะต่าง ๆ ได้อีกด้วย

ห้ามซื้อยาชุดแก้ปวดมากินเด็ดขาด

หลายคนมักคิดว่าการซื้อยาชุดมารับประทานจะได้ผลที่ดีกว่าการรับประทานยาทั่วไป ขอบอกว่านั่นคือเรื่องผิดมหันต์เลยค่ะ เพราะยาชุดบางอย่างนั้นอาจจะมีส่วนผสมของยาสเตียรอยด์, เพร็ดนิโซโลน หรือยากลุ่มเฟนิลบิวตาโซน ที่ถึงแม้ว่าจะช่วยให้หายปวดในเวลารวดเร็วแต่ผลข้างเคียงนั่นก็ร้ายแรง เช่น กระดูกผุกร่อน ข้อผิดรูป ปวดกระดูก เป็นโรคเบาหวาน ทำให้กระเพาะทะลุ และที่ร้ายแรงที่สุดคืออาจจะทำให้ไขกระดูกฝ่อไม่สร้างเม็ดเลือด ซึ่งจะยิ่งทำให้ร่างกายของผู้ป่วยโรครูมาตอยด์มีอาการที่เลวร้ายมากขึ้นกว่าเดิม

อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาเกินจริงที่ว่ามียารักษาโรครูมาตอยด์ให้หายได้ในเวลารวดเร็ว

หากได้ยินคำโฆษณาที่ว่ามียาวิเศษช่วยรักษาโรครูมาตอยด์ให้หายได้ในเวลารวดเร็วละก็ ขอบอกว่านั่นเป็นเรื่องหลอกลวง แถมยังอันตรายสุด ๆ เพราะยาเหล่านั้นคือยาที่มีการผสมสารสเ้ตียรอยด์เข้าไปจำนวนมาก แม้ว่าจะทำให้หายปวดได้ แต่ผลที่ตามมาน่ะร้ายกาจกว่าที่คิดเลย ฉะนั้นใช้วิธีรักษาแบบทางการแพทย์นั่นล่ะดีที่สุด

เลี่ยงการฉีดยาเข้าข้อ

สำหรับอาการปวดข้อบางชนิดสามารถฉีดยาเข้าข้อเพื่อรักษาอาการได้ แต่โรครูมาตอยด์นั้น อาจจะทำให้หายปวดได้ชั่วคราวเพียงเท่านั้น ไม่สามารรักษาให้หายขาดได้ มิหนำซ้ำยังอาจจะทำให้เกิดผลข้างเคียงที่อันตรายพอ ๆ กับการรับประทานยาชุด หรือยาที่มีสเตียรอยด์เลยล่ะค่ะ ฉะนั้นไม่ควรฉีดยาเข้าข้อเด็ดขาดถึงแม้จะปวดแค่ไหนก็ตาม

โรครูมาตอยด์ อย่างมองว่าเป็นโรคที่ไกลตัวเลยค่ะ เพราะในโลกปัจจุบันนี้ สิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ก็อาจจะนำพาโรคเหล่านี้มาสู่เราได้ ทางที่ดีที่สุดคือควรดูแลรักษาสุขภาพตัวเองให้แข็งแรง และควรหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกาย รวมทั้งตรวจสุขภาพเป็นประจำ แม้ว่าอาจจะช่วยป้องกันไม่ได้เต็มร้อย แต่ก็ช่วยให้เราสามารถรับมือกับโรครูมาตอยด์หรือโรคต่าง ๆ ได้ดีค่ะรูมาตอยด์.

Be First to Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *