โรคเก๊าท์ เกิดขึ้นได้อย่างไร

โรคเก๊าท์ เกิดขึ้นได้อย่างไร โรคนี้เกิดจากร่างกายมีกรดยูริคมากเกินไป ซึ่งกรดยูริคในร่างกายส่วนใหญ่นั้นเกิดจากขบวนการสร้างเซลล์ของร่างกาย โรคเก๊าท์.

โรคเก๊าท์

โรคเก๊าท์ โดยทุกๆ วันร่างกายจะมีการสร้างเซลล์ใหม่เป็นล้านๆ เซลล์เพื่อซ่อมแซมทดแทนเซลล์ที่แก่เฒ่าหรือตายไปอยู่ตลอดเวลา กรดยูริคส่วนน้อยเกิดจากการย่อยอาหารจำพวกโปรตีนที่กินเข้าไปโรคเก๊าท์

กรดยูริคที่เกิดขึ้นเป็นของเสียที่ร่างกายเราจะขับถ่ายออกมาดยทางปัสสาวะเป็นส่วนใหญ่ และทางอุจจาระเป็นส่วนน้อย

ผู้ป่วยโรคเก๊าท์ร้อยละเก้าสิบกว่าเกิดจากร่างกายมีการสร้างกรดยูริคมากผิดปกติ ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์ และเพศ (เนื่องจากกรรมพันธุ์มีส่วนควบคุมขบวนการต่างๆ ในการสร้างเซลล์ของต่างกาย) แต่การถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ของโรคเก๊าท์ไม่ตรงไปตรงมาอย่างเห็นได้ชัดเจน เช่น จากพ่อไปยังลูก จากลูกไปยังหลานเป็นทอดๆ แต่อาจจะมีเว้นบ้างในคนบางรุ่นเช่น ผู้เป็นโรคเก๊าท์อาจมีปู่หรือลุงหรือลูกพี่ลูกน้องเป็นโรคเดียวกัน แต่พ่อแม่ หรือลูกอาจเป็นหรือไม่เป็นก็ได้ ดังนั้นหากร่างกายผู้นั้นไม่ได้ผลิตกรดยูริคเกินอยู่แล้ว (หรือมีกรรมพันธุ์จะเป็นโรคเก๊าท์) การกินอาหารพวกมีโปรตีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์ เนื้อสัตว์ มากๆ ทุกๆวัน ก็ยังคงไม่มากพอที่จะทำให้ปริมาณกรดยูริคในตัวสูงขึ้นมากและนานพอถึงขนาดทำให้เกิดโรคเก๊าท์ได้

โรคเก๊าท์ส่วนน้อยเกิดจากโรคอื่น เช่น โรคไต ซึ่งทำให้ขับกรดยูริคน้อยลงจึงมีกรดยูริคคั่งในร่างกายมากขึ้นหรือโรคที่มีการสร้างเซลล์มากๆ อยู่นานๆ เช่น โรคธาลัสซีเมีย (Thalassemia) ซึ่งพบบ่อยในประเทศเรา โรคผิวหนังเรื้อรังบางชนิด เช่น โรคเรื้อนกวาง เป็นต้น

เมื่อมีกรดยูริคจำนวนมากในร่างกายอยู่นานๆ คือใช้เวลา 5-15 ปี กรดยูริคก็จะตกผลึกอยู่ในรูปของผลึกยูเรท (urate crystal) สะสมตามอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย ทำให้เกิดอาการอักเสบของอวัยวะนั้นๆ

ตำแหน่งที่มีผลึกยูเรทสะสมได้มากและบ่อยได้แก่บริเวณเส้นเอ็น พังผืดและกระดูกอ่อนของข้อต่อ เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน ใต้ผิวหนังและเนื้อไต จึงทำให้เกิดข้ออักเสบหรือที่เรียกว่า โรคเก๊าท์ ผลึกยูเรทที่เนื้อไต ทำให้เกิดไตอักเสบเรื้อรัง หรือมีนิ่วในกรวยไตหรือทางเดินปัสสาวะ อาการของไตวายมักจะเกิดภายหลังผู้ป่วยมีอาการข้ออักเสบ 5-20 ปี ร้อยละ 25 ของผู้ป่วยโรคเก๊าท์จะตายจากภาวะไตวาย ผลึกยูเรทที่ใต้ผิวหนังจะเห็นเป็นก้อนทูมค่อยๆ โตขึ้น บางครั้งจะอักเสบปวดบวมแดงร้อน

คนที่ตรวนพบว่ามีกรดยูริคสูงในเลือด แต่ไม่มีอาการอักเสบหรือนิ่วของไตหรือไตอักเสบจากผลึกยูเรทคั่ง เรายังไม่เรียกว่าโรคเก๊าท์ เพราะคนเหล่านี้มีประมาณร้อยละ 30 เท่านั้นที่จะเป็นโรคเก๊าท์ อีกร้อยละ 60-70 จะมีแค่กรดยูริคสูง แต่ไม่มีอาการใดๆ เลยตลอดชีวิต

ดังนั้นผู้ที่เช็คเลือดพบว่ายูริคสูงเล็กน้อยจึงอย่าวิตกกังวลว่าจะต้องเป็นโรคเก๊าท์ และไม่จำเป็นที่จะต้องกินยารักษา

เพศและวัยที่พบว่าเป็นโรคนี้ได้บ่อย
เก๊าท์พบบ่อยในเพศชายมากกว่าเพศหญิง ในอัตราส่วน 9-10 : 1 ดังนั้นนอกจากกรรมพันธุ์ถ่ายทอดแล้ว ฮอร์โมนเพศมีส่วนเกี่ยวกับอาการโรคเก๊าท์ คือในหญิงวัยที่ยังไม่หมดระดูแทบจะไม่พบโรคเก๊าท์เลย เพราะฮอร์โมนเอสโตรเจนในหญิงทำให้ไตขับกรดยูริคได้ดี จึงทำให้กรดยูริคไม่สูงมาก จนเมื่อหมดระดูจึงมีการคั่งของกรดยูริคมากขึ้น

ผู้ป่วยโรคเก๊าท์จึงมักจะเป็นชายอายุ 35 ปีขึ้นไป สำหรับหญิงมักมีอายุ 50-60 ปีขึ้นไป โรคเก๊าท์.

Be First to Comment

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *